ชายผู้หายลับไป

1

ในแต่ละวัน ผู้ชายคนนั้นจะเดินเท้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

เขาอยู่ในซอยเล็กๆ แห่งหนึ่ง บางวัน เขาจะเดินจากท้ายซอยไปที่ปากซอย และในบางครั้ง ผู้คนก็จะเห็นเขาเดินจากปากซอย สาวเท้าเร็วๆ ในแบบที่เขาชอบทำ เพื่อเดินลึกหายเข้าไปในซอย

ใบหน้าตอบซูบของเขากระดำกระด่าง มันเหมือนเปื้อนอะไรบางอย่างอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและเก่า กับเท้าที่หนาเตอะ ไม่มีรองเท้า

เขาเดินไปและเดินมา เหมือนมีจุดมุ่งหมายบางอย่างในชีวิต เดินเร็วเหมือนพนักงานออฟฟิศที่รีบเร่งไปทำงานในยามเช้า และรีบเร่งกลับบ้านในตอนเย็นย่ำ เพียงแต่เขาไม่มีงาน ไม่มีใครเรียกร้องต้องการให้เขาไปที่แห่งไหน

ไม่มีบ้าน

บางครั้งเขาก็นั่งอยู่เฉยๆ ด้วยท่านั่งประจำ เขาจะนั่งลงไปกับพื้น ชันเข่าและขาอันผอมยาวนั้นขึ้นมา คล้ายกำลังนั่งยองๆ แต่ก้นของเขาติดอยู่ที่พื้น นั่งอยู่เฉยๆ มองไปข้างหน้า เงียบงันอยู่กับชีวิต ยอมจำนนให้กับความรีบเร่ง 

เขาเป็นใคร?

ป้าที่ร้านขายข้าวแกงหน้าปากซอยส่ายหน้า – ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร รู้เพียงว่า เมื่อเห็นเขาอดโซและผ่ายผอมนักหนา บางคราวที่ไม่ยุ่งกับชีวิตและการค้าขายมากจนเกินไป ป้าก็จะเอาข้าวให้เขากินอยู่บ้าง

“เขาไม่ได้อยู่แค่ในซอยนี้นะ” รปภ. คนหนึ่งบอก “บางทีก็เดินไปโน่น ไกลไปถึงที่โน้น” เขาออกชื่อย่านแห่งหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นย่านฮิป 

เอาเข้าจริง ผมก็เคยเห็นเขาในย่านนั้น

มันเป็นช่วงเวลาที่ผมกำลังสงสัยอยู่พอดี  – ว่าเขาหายไปไหน

การปรากฏตัวของชายผู้เป็นส่วนเกินของทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน มันทำให้ผมสงสัยอยู่บ่อยๆ ว่าหากผมเป็นเขา ผมจะรู้สึกอย่างไรกับการมีชีวิตอยู่

มีบ้างบางวัน – นานๆ ครั้ง, ที่เราจะเห็นเขาสะอาดเอี่ยม ผมรุงรังถูกตัดสั้น เสื้อผ้าเปลี่ยนไป และร่อรอยกระดำกระด่างบนใบหน้าคล้ายเปื้อนน้ำมันเครื่องและคราบไคลนั้นหายไป เขาดูผ่องใส ดู ‘เป็นผู้เป็นคน’ ตามคำพูดของป้าร้านขายข้าวแกงผู้สังเกตเห็นภาพเดียวกัน แต่ไม่เคยใส่ใจไถ่ถามเช่นเดียวกันกับผมและคนอื่นๆ ว่าเขาไปทำอะไรที่ไหนมา ถึงได้สะอาดเอี่ยมผิดปกติ

เราต่างยุ่งกับชีวิตของตัวเองมากเกินไป และได้แต่คิดว่า – ก็ดีแล้วที่มีคนดูแลเขา มีคนใส่ใจเขา

เราก็อยากใส่ใจเขา แต่ไม่หรอก, เราทำได้อย่างดีที่สุดก็เพียงโทรศัพท์ไปปรึกษาบางหน่วยงานที่น่าจะรับผิดชอบชีวิตของเขาได้ – ว่าควรทำอย่างไรกับเขาดี แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาอาจหายไปบ้างบางคราว แต่สุดท้ายก็ยังคงอยู่ตรงนั้น โดดเดี่ยวที่สุดในโลก เจ็บปวดที่สุดในโลก และคุ้นเคยกับความเฉยชาที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงพลุกพล่านที่ผู้คนเดินขวักไขว่ หรือยามบ่ายอันร้อนอ้าวและสงบนิ่งชวนง่วง เขายังคงอยู่ที่นั่น สาวเท้าเร็วๆ เดินไปมาเหมือนมีจุดหมาย และนั่งเฉยๆ เหมือนไม่เคยมีเป้าหมายใดในชีวิตอยู่ในซอยแห่งนั้นสลับกันไป เขาอาจหายไปบ้างเพื่อไปตระเวนที่อื่น แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะอยู่ในซอยนั้น

แต่ไม่ว่าจะอยู่หรือหายไป – ก็ดูเหมือนเขาจะไม่มีความหมายกับใครเลยแม้แต่คนเดียว

เขมานันทะเคยบอกใครคนหนึ่งว่า สิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละวัน ก็คือการได้ตื่นขึ้นมาแล้วรับรู้ว่าไม่มีอะไรต้องทำ เช่นเดียวกับบทเพลงสำคัญของหมู่บ้านพลัมท่ีบอกเราว่า – ความสุขอยู่ที่นี่และเดี๋ยวนี้ เมื่อเราไม่มีที่แห่งใดให้ไป และไม่มีสิ่งใดต้องกระทำ

ผมไม่รู้หรอกว่าเขารู้สึกเช่นเดียวกับเขมานันทะหรือเนื้อหาของบทเพลงดังกล่าวหรือเปล่า ทว่าในแต่ละวัน เขาไม่มีสิ่งใดให้ทำ และไม่มีที่แห่งใดให้ไปจริงๆ

ทว่าเขาก็ยังไปบางหนแห่ง และเขาก็ยังกระทำบางสิ่ง

เพียงเดินและนั่ง กินน้อยอย่างยิ่ง หายใจน้อยอย่างยิ่ง,

แต่นั่นก็ยังเป็นการกระทำ

2

นับสิบๆ ปี ที่เขาอยู่ในซอยแห่งนั้น อยู่ – จนเราคิดว่าจะไม่มีวันที่เขาจะไม่อยู่

แต่เมื่อสิบๆ ปีนั้นล่วงผ่านไปเรื่อยๆ วันหนึ่งผมก็นึกขึ้นได้ว่า ผมไม่เห็นเขามานานแล้ว ป้าร้านขายข้าวแกงก็ไม่เห็นเขาเหมือนกัน 

เขาหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ – ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้

ไม่มีข่าวการพบร่างของชายนิรนามที่ไหน เหมือนเขาเพียงแต่กลายร่างเป็นอากาศอันบางเบา กระจัดพลัดพรายไปในความกว้างขวางของจักรวาล แหลกสลายไปกับความเป็นและความไม่เป็น จนเนื้อตัวร่างกาย เรื่องเล่า และประวัติศาสตร์แห่งชีวิตไม่เคยเป็นเรื่องจำเป็น

ไม่มีที่ไหนให้ไป และไม่มีสิ่งใดให้กระทำ 

เราไม่อาจรู้ได้ ว่าสิ่งที่เคยเป็นเขา ยังคงหลงเหลือการหมุนเวียนเปลี่ยนกลับ เพื่อหวนย้อนมาเดินและนั่ง กินและหายใจ อยู่ที่ไหนอีกหรือเปล่า

คนเรามักหยั่งรากเรียกที่กำเนิดว่าบ้าน 

แต่สำหรับคนที่เลือกหรือไม่ได้เลือกที่จะมีบ้านเล่า

พวกเขารู้สึกรู้สากับการดำรงอยู่และการหายไปของตนอย่างไรไหม

แล้วเราเล่า?

3

มีไม่กี่คนนักหรอก ที่เมื่อหายลับไปแล้วจะไม่มีใครรู้สึกรู้สาอะไรเลย

ไม่มีอะไรกระเพื่อม มันเพียงแต่หายไป

ที่จริงจะเป็นเช่นนั้นได้ ก็ต้องไม่มีใครรู้สึกรู้สาอะไรกับการดำรงอยู่ของเขาด้วย

ไม่รู้สึกรู้สา – ว่าหลายปีก่อน เคยมีชายผู้หนึ่งมีชีวิตอยู่ในซอยเล็กๆ แห่งนั้น

แต่เขาได้หายลับไปแล้วตลอดกาล