ก้าวต่อไปของชีวิต: ทางแพร่งของวัยสามสิบ

เวลามีรุ่นน้องวัยใกล้ๆ สามสิบ บอกว่าอยากเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง ผมมักบอกเขาและเธอว่า ถ้าเชื่อมั่นในหนทางที่กำลังจะเดินไป ก็จงไปเถิด

เมื่ออยู่ตรงทางแพร่งของชีวิต เรามักละล้าละลัง ตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเดินหน้าไปทางไหนดี

ด้านหนึ่งคือการกระโจนเข้าสู่ชีวิตในแบบที่เราอยากเป็น มันคือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง เป็นการกระโดดสู่ความไม่รู้ การทดลอง เราอาจรู้สึกว่า นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ เป็นตัวตนของเรา แต่เอาเข้าจริง เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะ ‘กลาย’ มาเป็นตัวตนของเราในอนาคตได้จริงไหม 

ยังมีอะไรอื่นอีกมาก ที่การเปลี่ยนเส้นทางเพื่อเดินตามหนทางใหม่นั้นยังไม่ได้บอกเรา 

ยังมีอะไรอื่นอีกมาก ที่เราคิดว่าเรารู้แล้วเกี่ยวกับเส้นทางใหม่นั้น – แต่แท้จริงเรายังไม่รู้

เราจึงหวาดหวั่น

ในขณะที่อีกเส้นทางหนึ่ง คือเส้นทางที่เราได้เดินมาแล้วระยะหนึ่ง เป็นเส้นทางที่เรากำลังจะเคยคุ้นกับมัน เริ่มอยู่มือ ลงตัว และน่าจะลงหลักปักฐานกับมันได้ ไม่ใช่สิ่งที่เราชิงชังรังเกียจจนไม่อยากอยู่ด้วยกับมัน 

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่า – เราอยากอยู่กับสิ่งนี้ไปจนตลอดชีวิต

ยังมีโลกกว้างรอคอยเราอยู่ ยังมีเส้นทางใหม่ๆ ให้เราได้หยั่งเท้าลงไป มันอาจเป็นเส้นทางคดเคี้ยว ลมพัดแรง ไม่อบอุ่นใจ แต่ก็คือการทดลองใหม่ๆ เป็นการเปิดหนทางให้ตัวเอง ขยายเส้นขอบฟ้าของเราให้กว้างออกไป – เท่าที่ยังพอมีเรี่ยวแรงกำลังจะทำได้

ผมมักบอกเขาและเธอเหล่านั้นว่า – จงไปเถิด

เมื่อมีเสียงเรียกร้องจากภายใน และเราอยู่ในสถานะที่พอจะทำได้ ก็จงไป 

มีคนมากมายในโลกที่ไม่ได้มีอภิสิทธิ์จะทำสิ่งเหล่านี้ หลายคนต้องขลุกคลุกอยู่กับชีวิตที่ตัวเองไม่ต้องการ ถูกกดเหยียดและเบียดขับอยู่กับภาระหน้าที่ที่ไม่อาจเลือกได้ คนเหล่านี้รู้ดี ว่ารสชาติของชีวิตที่เลือกไม่ได้นั้นขมปร่ามากเพียงใด และพวกเขาต้องจำทนลิ้มรสขมปร่านั้นในฐานะที่มันเป็นรสหวาน พวกเขาได้แต่หวังว่า ดอกผลแห่งการอดทนจะตอบแทนพวกเขากลับในสักวันหนึ่ง แต่พวกเขาเลือกที่จะทำ เลือกที่จะเป็น และเลือกที่จะเดินบนหนทางอื่นไม่ได้

ดังนั้น หากอยู่ในสถานะที่พอจะทำได้ – ก็จงไป

เสียงเรียกร้องเหล่านั้นไม่ได้อยู่ไปตลอดกาล วันหนึ่งมันจะอ่อนล้าลง ค่อยๆ เงียบเสียงลง และตายจากไปช้าๆ ทำให้เรากลายเป็นถ่านที่ถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้า ไม่อาจลุกโชนขึ้นได้อีก 

เรามักลังเลหวาดหวั่น เพราะเกรงว่าการไปคือการจากพรากจากสิ่งที่เริ่มลงหลักปักฐานแล้ว และเราอาจพลั้งพลาดบนหนทางใหม่ได้ทุกเมื่อ

แต่ต่อให้ไม่ประสบความสำเร็จกับหนทางใหม่ – ผมบอกน้องๆ เหล่านั้นเสมอ, การได้ ‘เลือก’ ที่จะทำตามที่หัวใจเรียกร้อง ในเงื่อนไขที่เห็นแล้วว่าพอทำได้ ก็คือ ‘รางวัล’ ในตัวของมันเองเรียบร้อยแล้ว

ถัดจากวัยวันนี้ไป หลายสิ่งในชีวิตของเราจะเปลี่ยนไป มันจะไม่เหมือนเดิมอีก และบางจังหวะของชีวิต ก็อาจผ่านเข้ามาหาเราเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

การปล่อยมันไปเป็นเรื่องน่าเสียดายเสมอ

Advertisements