ประวัติศาสตร์หลักสิทธิมนุษยชน

วันที่ 10 ธันวาคม ไม่ได้เป็นแค่วันรัฐธรรมนูญของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นวันสิทธิมนุษยชนหรือ Human Rights Day ด้วย

วันนี้เมื่อปี 1948 (ตั้ง 68 ปีผ่านมาแล้ว) สหประชาชาติได้ประกาศ Universal Declaration of Human Rights (UDHR) เป็นเอกสารที่กินเนสบุ๊คบอกว่าเป็น the most translated document คือเอกสารที่ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างมากที่สุดในโลก

ที่ย้อนแย้งดีก็คือ หลักสิทธิมนุษยชนนี้ มีที่มาจากสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งฝ่ายสัมพันธมิตรจะใช้หลัก Four Freedoms คือ freedom of speech, freedom of religion, freedom from fear แล้วก็ freedom from want (อันหลังคือมีสิทธิที่จะมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีพอแก่ความเป็นมนุษย์) หลักการนี้ค่อยๆพัฒนาขึ้นมา ยิ่งมีกรณีนาซีเยอรมัน ตอนหลังก็เลยเกิดข้อตกลงในเรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน

ที่น่าสนใจก็คือ อย่าคิดว่าคนร่างหลักสิทธิมนุษยชนต้องเป็นฝรั่งตะวันตกอย่างเดียวแล้วเอามายัดใส่หัวคนตะวันออกนะครับ เพราะอย่างน้อยก็มีสองคน คือ Wu Teh Yao กับ Peng Chun Chang ที่เป็นนักปรัชญา นักการศึกษา และนักวิชาการชาวจีน ที่มีส่วนร่วมในการร่างหลักการมนุษยชนด้วย

อย่างคุณ Peng Chun Chang นี่น่าสนใจมากเลยนะครับ เพราะเขามีส่วนร่างคำประกาศสิทธิมนุษยชนโดยมี ‘ฐาน’ อยู่บนปรัชญาของขงจื๊อ แล้วก็บอกว่า นักคิดตะวันตกหลายคนที่มีอิทธิพลในเรื่อง ‘สิทธิ’ นั้น guided โดยแนวคิดแบบจีน ทั้งขงจื๊อและเม่งจื๊อ (ไม่แน่ใจว่าออกเสียงถูกหรือเปล่านะครับ อาจจะต้องเป็นขงจื่อและเม่งจื่อ) โดยเขาบอกว่า Code Napoléon หรือ The Napoleonic Code ซึ่งเป็น French civil code นั้น มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของขงจื๊อ

แต่ก็แน่นอน คนที่มีความคิด progressive แบบนี้ อยู่จีนไม่ได้หรอกนะครับ คุณ Wu Teh Yao มาพำนักที่สิงคโปร์ และเสียชีวิตที่ไต้หวัน ส่วนคุณ Peng Chun Chang (ซึ่งเคยร่วมรบต่อต้านญี่ปุ่นตอนญี่ปุ่นบุกจีนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) ต่อมาไปสอนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก และเสียชีวิตที่นิวเจอร์ซีย์

เพราะฉะนั้น ใครที่บอกว่าหลักการสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของพวกฝรั่งล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับเราชาวตะวันออกละก็ ต้องกลับไปศึกษาที่มาของมันให้ดีนะครับ เพราะแม้ว่าผู้ร่างหลักจะเป็นชาวแคนาดา (คือ John Peters Humphrey) แต่ก็มี René Cassin จากฝรั่งเศส และ Charles Malik จากเลบานอน (และชาวจีนที่ว่ามา) ร่วมด้วย จึง ‘หลากหลาย’ ในทางเชื้อชาติมากทีเดียว

แต่เหนือกว่านั้น สิทธิมนุษยชนควรเป็นเรื่องที่ ‘พ้น’ ไปจากเชื้อชาติและอคติทางด้านเชื้อชาติรวมทั้งความเป็นตะวันออกตะวันตกด้วยนะครับ

Advertisements