เรามักเอาแต่หลงรัก แต่ไม่เคยได้รู้จักความรักอย่างแท้จริง

1

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คุณเคยเดินอยู่บนทางเดินเล็กๆ เลาะเลียบริมลำธาร ที่ซึ่งมีต้นซากุระขึ้นปกคลุม 

น่าเสียดาย ที่นั่นไม่ใช่ฤดูดอกซากุระบาน ดังนั้นต้นซากุระจึงเป็นเพียงต้นไม้ที่มีใบสีเขียวครึ้มเหมือนต้นไม้ทั่วไป ถ้าไม่บอก ก็ไม่รู้หรอกว่านั่นคือดอกซากุระ

วันเวลาในวัยเยาว์นั้นมักผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว บ่อยครั้งทีเดียวที่เราไม่รู้ตัวหรอกว่า คืนวันได้ผันผ่านไปมากมายสักเพียงใดแล้ว

กว่าจะรู้ตัวขึ้นมาอีกทีหนึ่ง เราก็แก่ชราลง หูตาฝ้าฟางลง ความทรงจำย่ำแย่กว่าเดิม 

สิ่งที่เราจดจำได้ มักไม่ใช่ส่ิงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อห้านาทีก่อน

ไม่ใช่แม้กระทั่งห้าปีก่อน

แต่โดยมากแล้ว ความทรงจำที่แจ่มชัดที่สุด คือความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว

ในวันเวลาที่ความรักยังคงแจ่มใสอยู่ในความทรงจำ

 

2

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โลกของใครๆ ก็เคยเป็นสีชมพูเหมือนดอกซากุระ

ใครๆก็ย่อมมีคืนวันเหล่านั้น คืนวันอันเหมือนฤดูร้อน ที่ซึ่งราตรียืดยาวออกไปเสมือนไม่สิ้นสุด เสียงเพลงที่ร่ำร้องออกมาจากหัวใจไม่เคยสิ้นสุด เป็นฤดูร้อนชนิดที่จะผ่านมาเพียงครั้งเดียวในชีวิต และจะไม่ผ่านกลับมาอีกแล้ว ไม่ว่าเราจะพยายามมากเพียงใดก็ตาม

คุณก็เคยมีฤดูร้อนเช่นนั้น

เป็นฤดูดอกไม้บานหรือไรนะ เมื่อผู้คนรอบข้างคล้ายแปลงร่างเป็นดอกไม้ พร่างพรายไปด้วยสีสันหลากหลาย 

ความงามที่ซ่อนตัวงำเงียบ เผยตัวเองออกมาแทบจะทุกเวลานาที บทเพลงที่ได้ฟังล้วนซาบซึ้ง แม้จะเป็นบทเพลงใหม่ที่ไม่เคยฟังมาก่อนเลยในชีวิต ทว่าก็กลับเคยคุ้น ราวกับเป็นบทเพลงที่เคยฟังมาแล้วชั่วนาตาปี

วันเวลาเช่นนั้น คือวันเวลาที่คนเราตกหลุมรักได้ง่ายดายที่สุด

และเจ็บปวดรวดร้าวได้มากที่สุดเช่นกัน

มันคือเรื่องราวในวัยเยาว์

 

3

ความรักเป็นเรื่องประหลาด มันจะเผยให้เราเห็นถึงด้านที่เปราะบางที่สุดในตัวเราเอง ทว่าในเวลาเดียวกัน เราก็กลับรู้สึกเปี่ยมพลังและเข้มแข็งที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไปด้วย

ความรักทำให้เราไม่รู้อีกต่อไปว่าตัวเราคือใคร แต่ในเวลาเดียวกัน ความรักก็ทำให้เราตระหนักแน่ชัด-ว่าตัวเราคือใครด้วย

เมื่อเรารัก เราจึงมักสับสนกับความรู้สึก และโดยมากก็ไม่อาจทำอะไรกับมันได้ ได้แต่ปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามที่มันเป็น

ทางเดินเลียบสายน้ำใต้ต้นซากุระแห่งนั้นมีชื่อว่า-เส้นทางสายนักปราชญ์ มันคือทางเดินเล็กๆที่เชื่อมต่อระหว่างวัดและสถานที่สำคัญต่างๆในนครเกียวโต เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ซึ่งนักคิดและนักปราชญ์พากันสัญจรเดินเท้าเพื่อครุ่นคิดถึงปรัชญาล้ำลึกต่างๆ

ว่ากันว่า มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ตกหลุมรัก เป็นการตกหลุมรักในแบบที่นักปราชญ์ไม่เคยรู้จัก เพราะนักปราชญ์ไม่เคยตกหลุมรัก พวกเขาจึงไม่เคยรู้ว่า ความรักในแบบที่ทำให้ร้าวรานนั้นคืออะไร

 

4

คืนวันเหล่านั้นหวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้

หนังสือที่มีชื่อน่ารักว่า-เกียวโตซ่อนกลิ่น

คุณไม่รู้หรอกว่ากลิ่นที่ซ่อนอยู่ในหนังสือคืออะไร แต่คุณรู้แน่ว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ตัวหนังสือได้เผยให้คุณรับรู้ถึงกลิ่นแห่งอดีต พาคุณเดินเท้าย้อนกลับเข้าไปในวันวัยแห่งฤดูร้อน-ฤดูร้อนชนิดที่จะผ่านมาเพียงครั้งดียวในชีวิต แล้วจะไม่มีวันผ่านมาอีกแล้ว

เป็นฤดูร้อนแบบที่ไม่ว่าเราเดินอยู่ ณ หนแห่งใดบนผืนโลก เราก็จะนึกว่าตัวเองเดินอยู่บนหนทางสายนักปราชญ์ เป็นฤดูร้อนแบบที่ไม่ว่าเราจะเดินไปในฤดูใดของปี ซากุระก็จะบานเป็นสีชมพู

และสองสิ่งนี้ขัดแย้งกันอย่างยิ่ง ระหว่างความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และความรักที่ปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปกับกลีบอันบางเบาของดอกไม้

ในฤดูร้อนแบบนั้น เราเป็นนักปราชญ์​-แต่เรากลับตกหลุมรัก

ในฤดูร้อนแบบนั้น เราเป็นคนโง่-แต่เรากลับคิดว่าตัวเองมีความสุข

ในฤดูร้อนแบบนั้น เราคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่-แต่ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด เราจะกลับไปเป็นเด็กอีกรอบหนึ่ง

แล้วเราก็ปล่อยให้ชีวิตโบยบินไปตามจังหวะที่ไม่มีใครกำหนด เหมือนที่ตัวละครในหนังสือเล่มนี้เดินทางขึ้นไปอาบน้ำพุร้อนบนภูเขาใกล้เมืองเกียวโต เพียงเพื่อจะค้นพบว่าชีวิตของเขานั้นจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก

เมื่อเราค้นพบสิ่งที่ขาดหายไป เราจึงจะรู้-ว่าแท้จริงแล้วเราไม่เคยได้รับสิ่งนั้นเลย ต่อให้มันอยู่ตรงหน้าของเราแล้วก็ตามที

 

5

คุณไปเกียวโตครั้งแล้วครั้งเล่า

ไม่ใช่เพื่อไปตามหาสิ่งที่สูญหาย แต่เพื่อไปกำจัดสิ่งที่มีอยู่ต่างหาก

บางทีการทำเช่นนั้น อาจช่วยให้คุณได้ค้นพบตัวเองอย่างแท้จริงก็ได้

 


23337655

หนังสือ “เกียวโตซ่อนกลิ่น” เป็นงานเขียนที่ละเมียดละไมของนักเขียนรางวัลซีไรต์-อุทิศ เหมะมูล เขาเล่าถึงเรื่องราวความรักของชายหนุ่มสองคนที่เกิดขึ้นในดินแดนอันไกลโพ้นในประเทศญี่ปุ่น ความรักที่เกิดขึ้นระหว่างงานสัมมนาทางวิชาการ และการเดินทางเพื่อตามหาส่ิงที่ขาดหายไปในตัวคนทั้งคู่

ความหม่นในหนังสือเล่มนี้แทรกซอนอยู่แทบทุกบทตอน ไม่ใช่แค่เรื่องราวความรักระหว่างคนทั้งคู่เท่านั้น ทว่ายังผูกโยงกลับไปถึงความรักอีกมากมายหลายมิติที่ซ้อนอยู่ในชีวิตของตัวละคร ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว อาจเป็นตัวของเราเองก็ได้ที่เอาแต่หลงรัก ทว่าไม่เคยได้รู้จักความรักอย่างแท้จริง

 


Advertisements