ระหว่าง ‘เตรียมใจโสด’ กับ ‘ตั้งใจโสด’

 

อยากให้ผมลองตอบคำถามอะไร ทิ้งคำถามต่างๆ ไว้ได้ ที่นี่ เลยนะครับ

ผมจะค่อยๆ ทยอยตอบครับ

 

Q : คนที่คิดว่าจะครองตัวเป็นโสด เพราะมีปัญหาภายใน หรือสับสนในตัวเอง จนไม่อยากลากใครมายุ่งยากด้วย (ยกตัวอย่างเช่น กรณีคนที่ยังไม่รู้จะลงเอยกับเพศไหน เป็นต้น) มีโอกาสจะเปลี่ยนความคิดแบบนี้ และยอมเปิดใจให้ใครเข้ามาในพื้นที่ชีวิตได้มั้ยคะ

 

A : ที่จริงก็ขึ้นอยู่กับคุณนะครับ ว่าคุณตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ว่าจะอยู่แบบคนโสดอย่างเหนียวแน่นหรือเปล่า

ผมรู้จักเพื่อนบางคนที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่อายุยังไม่มากนัก (คือราวๆ สามสิบต้นๆ) ว่าชีวิตนี้จะไม่มีคู่เด็ดขาด และก็ทำได้จริงๆ ทั้งที่มีคนเข้ามาจีบหลายคน แม้เพื่อนอาจวอกแวกไปบ้าง แต่ที่สุดก็รั้งตัวเองกลับมาอยู่บนเส้นทางของความโสดได้

อย่างไรก็ตาม ผมเคยถามเพื่อนว่า ช่วงที่วอกแวกนั้น ปณิธานแห่งความโสดที่ตั้งเอาไว้มันไม่คลอนแคลนบ้างเลยหรือ

คลอนแคลนสิ – เพื่อนบอก มีบางเวลาเหมือนกันที่เพื่อนคิดว่าถ้ามีคนอยู่ด้วยก็น่าจะดี แต่ถึงที่สุดแล้ว เพื่อนก็รู้ว่าตัวเองไม่สามารถ ‘แลก’ การมีคนมาดูแลกับนิสัยความเป็นปัจเจก อยากทำอะไรก็ได้ทำโดยไม่ต้องถูกสายใยบางอย่างมาเหนี่ยวรั้งเอาไว้

สำหรับเพื่อน ความเป็นโสดคือสถานภาพที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะโสดหรือมีคู่ ทั้งสองเรื่องมี ‘ราคา’ ที่เราต้องจ่ายให้มันเสมออย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่นั่นแหละครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงได้บอกคุณว่ามันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ว่าจะตั้งใจโสดมากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ผมขอบังอาจแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ เราควร ‘เตรียมใจโสด’ มากกว่า ‘ตั้งใจโสด’ เอาไว้ก่อนนะครับ

‘เตรียมใจโสด’ ก็คือดูว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างถ้าอยากอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต เช่น เตรียมเรื่องการเก็บออมเงินหรือทรัพย์สินเผื่อไว้ในอนาคต การซื้อบ้านอยู่ใกล้โรงพยาบาล การตระเตรียมเพื่อนฝูงและญาติ การลงทุนเพื่อให้ได้ passive income ในอนาคต ฯลฯ

แต่การเตรียมอย่างนั้นไม่ได้แปลว่าจะต้อง ‘ตั้งใจโสด’ คือปิดกั้นหัวใจตัวเองเอาไว้อย่างแน่นหนานะครับ เพราะเราไม่รู้เลยจริงๆ ว่าวันหนึ่งเราอาจจะพบคนที่เหมาะสมกับเรามากๆ หรือไม่ แล้วถ้าเกิดพบขึ้นมา แต่คุณปิดกั้นตัวเองด้วยปณิธานที่ว่า ก็อาจพลาดอะไรบางอย่างไป

เพื่อนผมอยากเป็นโสดเพราะเคยเจ็บปวดกับความรักมาก่อน และไม่อยากเจ็บปวดแบบนั้นอีก จึงปิดผนึกหัวใจตัวเองเอาไว้ แต่ถ้าดูจากคำถามของคุณ ผมคิดว่าคุณยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น

ความรักเป็นเรื่องซับซ้อนนะครับ ถ้ามันเกิด มันก็จะเกิดขึ้นมาของมันเองโดยที่เราไปบังคับควบคุมอะไรแทบไม่ได้ 

โอโชเคยสอนแบบทวนกระแสว่า จงทำตัวเป็นเหมือนปลาตายที่ลอยไปตามกระแสน้ำ อย่าไปทำตัวเป็นปลาที่ว่ายทวนน้ำอยู่เสมอ เพราะ ‘ง่ายคือถูกต้อง’ ถ้าสำหรับคุณ การเป็นโสดมันง่ายกว่า – ก็เป็นโสดไป แต่ถ้ามีคนเข้ามาแล้วพบว่าการมีคู่มันง่ายกว่า – ก็มีคู่ไป

‘เตรียมใจโสด’ กับ ‘ตั้งใจโสด’ จึงต่างกันตรงนี้เองครับ

Advertisements