“ทำตัวดีๆหน่อยนะลูก ลูกก็รู้ว่ายายไม่ได้อยากเจอแม่ เขาอยากเจอแต่ลูกเท่านั้น”

 

การเดินทางไม่ได้พาเราไปที่จุดหมายปลายทางเท่านั้น

หลายคนเชื่อว่า บางสิ่งสำคัญของการเดินทาง อยู่ระหว่างเส้นทางด้วย

ทุกวันนี้ เรานั่งรถไฟฟ้ากันจนเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อครั้งรถไฟฟ้าที่ถูกเรียกว่า ‘รถไฟลอยฟ้า’ หรือ Sky Train เปิดเดินรถใหม่ๆ ผู้คนพากันโดยสารไปมา เพื่อมองดูเมืองในแง่มุมใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, สยามสแควร์, สวนลุมพินี หรือแม้แต่สนามม้าอันเขียวขจี ล้วนแต่เป็นภาพจากมุมสูงที่ไม่เคยเผยตัวให้ใครเห็น กระทั่งรถไฟลอยฟ้าเปิดบริการ มันแล่นไปมาอยู่เหนือนครอันแออัด ละม้ายหยันเยาะผู้คนที่อัดแออยู่ด้านล่าง-ในรถยนต์ราคาระยับ

รถไฟลอยฟ้ามักทำให้ผมคิดถึงรถโมโนเรลของนครซิดนีย์ ที่นั่น โมโนเรลแล่นเป็นวงกลม พาผู้คนชื่นชมทิวทัศน์ของอ่าวซิดนีย์และสิ่งก่อสร้างทั้งหลายชนิดที่รถใต้ดินทำไม่ได้

ความงามที่เสพซับผ่านดวงตาเข้าสู่หัวใจ อาจทำให้เราเข้าใจไปว่า สิ่งสำคัญระหว่างทาง ที่แท้แล้วอยู่ตรงการมองเห็นด้วยนัยน์ตา

แต่สิ่งสำคัญระหว่างทาง ที่แท้แล้วอยู่ตรงไหนกันแน่

แรกคิดถึงรถไฟใต้ดิน ผมคิดถึงพาหนะที่ไม่เหลืออะไรไว้ให้กับการเดินทางอีก นอกจากจุดหมาย

ในรูหนอนอันมืดมิดและร้อนระอุ รถไฟทะลวงฝ่าอากาศแหวกความดำมืดไปมา มีเพียงแสงไฟจากด้านหน้าเท่านั้นที่สาดไปเบื้องหน้าให้เห็นว่ากำลังจะไปทิศไหน

แต่ผู้โดยสารก็ไม่เคยเห็น

ความสว่างปรากฏเพียงเมื่อถึงสถานีหนึ่งๆเท่านั้น

หรือรูหนอนจะไม่เหลืออะไรให้กับการเดินทางอีก นอกจากจุดหมายปลายทาง

“พรุ่งนี้แม่จะพาหนูไปหายาย” หญิงสาววัยสามสิบที่ยืนอยู่ข้างๆผมพูดขึ้นเบาๆในท่ามกลางความแออัดคับคั่งราคา 10 บาทตลอดสาย เธอยืนอยู่กับลูกชายวัยราวสิบขวบ และหนุ่มสามีวัยสามสิบ “ทำตัวให้ดีๆหน่อยนะลูก ลูกก็รู้ว่ายายไม่ได้อยากเจอแม่ เขาอยากเจอแต่ลูกเท่านั้น”

ผมลอบมองเธอด้วยหางตา

มีแม่ประเภทไหนหนอ ที่บอกลูกว่า แม่ของตนรังเกียจตน,

นอกเสียจากแม่ที่มีบาดแผลในชีวิต-บาดแผลความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกสาว

“พ่อไม่ไปด้วยเหรอ” ลูกชายเงยหน้าขึ้นมองพ่อ ดวงตาของเขากลมใส เขาดูกระตือรือร้นและเปี่ยมพลังที่สุดในบรรดาคนทั้งสาม

พ่อส่ายหน้า เขาดูเหนื่อยหน่ายที่สุดในบรรดาคนทั้งสาม

“คงไม่ไปหรอก” พ่อบอกกึ่งกระซิบ “ถามแม่เขาดูสิ”

“ไม่หรอก” แม่พูดอย่างลังเล เธอดูเศร้าสร้อยที่สุดในบรรดาคนทั้งสาม “พ่อจะไม่ไป”

“พ่อก็ยังงี้ทุกที!” เด็กชายร้องเสียงดังขึ้นมา

แล้วทั้งสามคนก็เงียบงัน เมื่อเสียงร้องดังของเด็กชายฉุดลากความสนใจของผู้คนเข้ามาหาพวกเขา

ผมไม่รู้หรอกว่า ได้เกิดบาดแผลอะไรขึ้นในระหว่างคนทั้งสามกับหญิงชราอีกคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก

แต่ความหนักหน่วงในบรรยากาศนั้นกระทบเนื้อตัวของผมเข้าอย่างจัง

นี่คือโลกของเราใช่ไหม

โลกที่ใครๆ ต่างก็มีชีวิตอยู่พร้อมกับบาดแผลบางชนิด

บาดแผลเหล่านั้นมักปิดปากตัวเองนิ่งงัน เมื่ออยู่ต่อหน้าคนรู้จัก แต่ในรถใต้ดินที่เต็มไปด้วยผู้คนแปลกหน้า เราก็พร้อมจะสนทนาบางสิ่งที่คิดว่าคนอื่นไม่สนใจเสมอ

เมื่อพวกเขาก้าวออกจากรถที่สถานีจุดหมาย

ผมก้าวออกมาด้วย พลางถามตัวเองว่า สิ่งซึ่งอยู่ ‘ระหว่างทาง’ ที่แท้จริงนั้นคืออะไรกันแน่

ความงามของการเดินทางมีอยู่จริงหรือไม่-ไม่ว่าความงามนั้นจะเป็นความงามที่เกิดจากการเสพทิวทัศน์สองข้างทาง หรือความงามที่เกิดการเสพความสบายตรงจุดหมายปลายทาง

เจ้าชายน้อยบอกว่า สิ่งสำคัญไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา

บางที…ความงามของการเดินทางก็อาจเกิดจากการได้เห็นสิ่งไม่สวยงามบางอย่าง

สิ่งสำคัญไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ดีเสมอไปไม่ใช่หรือ

Advertisements