ข้อสอบประหลาด

ไปอ่านเจอข้อสอบนี้เข้าครับ

*************************

๏ หากเจ้าอุบัติบนสรวงสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

ผู้ประพันธ์มีความรู้สึกอย่างไร
ก.เจ็บแค้น
ข.เคียดแค้น
ค.ขุ่นแค้น
ง.เคืองแค้น

*************************

เวลาอ่านเจอข้อสอบประเภทนี้จะรู้สึกทั้งเจ็บแค้น เคียดแค้น ขุ่นแค้น และเคืองแค้นคนออกข้อสอบมาก ยิ่งถ้ามีคำตอบที่ถูกต้องคำตอบเดียว ยิ่งต้องถามว่าคนออกข้อสอบสอดวิญญาณผ่านรูขุมขนรูไหนเข้าไปนั่งในใจกลางสมองและหัวใจของทั้งผู้ประพันธ์และผู้อ่านที่พึงมี ‘สิทธิทางวรรณกรรม’ ในการตีความตามต้นทุนแห่งการเสพตามรสนิยมของตัวเอง

การอ่านโดยเอาไม้เรียวมาโบยตีว่า อ่านสิ่งนี้แล้วต้องรู้สึกแบบนี้เท่านั้น ผมคิดว่าคือการกักสติปัญญาของคนอื่นเอาไว้ในกรงแห่งความคับแคบในทางการวิเคราะห์และตีความ

ข้อสอบทำนองนี้มีไม่น้อย และมีมาตั้งแต่ผมยังเด็ก จึงไม่แปลกใจเลยที่สังคมไทยจะสิ้นไร้ critical thinking จนนำพาสังคมมาถึงจุดนี้ได้

เพราะกระทั่งสิ่งที่พึงเป็น ‘มรดก’ ทางภาษา อันควรได้รับการตีความให้กว้างขวางลึกซึ้งตาม ‘ต้นทุน’ (preconceptions) ของแต่ละคน เพื่อจะได้เกิดการสะท้อนโต้ตอบเพื่อขยายเส้นขอบฟ้าที่ขังครอบเป็นกะลาแห่งความคิด ก็ยังถูกบีบให้ต้องตีความแบบเดียว จุกอยู่ในรูแห่งตัวตนแคบๆ แต่คิดว่ายิ่งใหญ่ล้นฟ้า จนอาจเรียกได้ว่ากลายเป็น National Mentality ไปแล้ว

การลดรูปสิ่งที่เป็น ‘ความรู้สึก’ ให้เหลือแค่คำตอบสำเร็จรูป คือวิสัยเผด็จการ คือการค้อมหัวลงไปยอมรับอำนาจนิยม

ยิ่งปลูกฝังกันมาตั้งแต่ระบอบการศึกษา โดยยอมให้ผุ้มีอำนาจตัดสินแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเองเพียงเพื่อให้ได้คะแนน ก็ยิ่งสำแดงให้เห็นว่าเราอยู่ในสภาวะที่น่าสังเวชแค่ไหน

ดังนั้น จึงต้องบอกนะครับ ว่าข้อสอบทำนองนี้มีปัญหา มันสอนให้เด็กต้องท่องจำแม้กระทั่ง ‘ท่องจำอารมณ์ความรู้สึก’ เพื่อจะเอาไปตอบข้อสอบ แต่ไม่ได้ทำให้เด็กรู้จักวิเคราะห์และ ‘ทำความรู้จัก’ แม้กระทั่ง ‘ความรู้สึก’ ของตัวเอง

นี่จึงเป็นข้อสอบประเภทที่ ‘อันตราย’ อย่างยิ่ง!

Advertisements