In My Life : I Love You More

 

1

ผมไม่เคยชอบเดอะบีทเทิลส์มาก่อนในชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่งในฤดูหนาวเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ใครบางคนหยิบอัลบั้มเพลงชื่อ Imagine : John Lennon ซึ่งเป็นอัลบั้มซาวด์แทร็กจากภาพยนตร์สารคดีชีวิตของจอห์น เลนนอน ที่ออกฉายเมื่อปี 1988 มาฟัง

ไม่รู้สิ ผมไม่เคยลืมวินาทีนั้นเลย เมื่ออากาศหนาวพรั่งพรูเข้ามาในห้อง ผ้าม่านสีขาวโปร่งเบาพัดปลิว และเพลงเพลงนี้ดังขึ้น

 

ฉันจดจำสถานที่ต่างๆได้หลากหลายในชั่วชีวิตนี้ 

แม้บางสถานที่จะเปลี่ยนแปรไป

บางแห่งจะไม่มีวันดีขึ้นได้ไปชั่วกาล

บางแห่งก็สูญสลายไป บางแห่งยังอยู่…

 

ตอนนั้นผมคิดถึงบ้านบางหลังในวัยเด็ก ที่ซึ่งผมได้อ่านหนังสือเล่มแรกแล้วร้องไห้ให้กับความรักของแม่สัตว์กับลูกสัตว์ ที่ต่างก็ถูกพรานยิงและใกล้จะตาย

คิดถึงต้นมะม่วงต้นหนึ่ง ซึ่งผมเคยฝังลูกเจี๊ยบตัวแรกที่เลี้ยงในชีวิตเอาไว้ใต้ต้นนั้น พลางสงสัยว่า ถ้าอีกสิบวันข้างหน้าลองขุดดู ผมจะได้เห็นอะไรในโครงกระดูกของมันไหม พลางสงสัยว่าความตายคืออะไร

บ้านหลังนั้นไม่อยู่แล้ว ไม่สิ ที่จริงมันก็ยังอยู่ เป็นบ้านชานเมืองหลังเล็กๆ ผมเคยขับรถไปดู แต่มันเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว

ถ้าไม่นับความเปลี่ยนแปลงภายนอก เช่นต้นมะม่วงที่ถูกตัดทิ้งไป หรือเจ้าของบ้านใหม่สร้างที่จอดรถและกันสาดใหม่ ผมคิดว่าบ้านหลังนั้น ‘เปลี่ยนแปลง’ อยู่ภายในตัวมากกว่าที่ตัวเองคิดมากนัก

สนามของบ้านที่ผมเคยคิดว่าใหญ่กว้าง แท้จริงแล้วจิ๋วเหมือนกับบ้านในหมู่บ้านจัดสรรทั่วไป

ห้องนอนที่เคยนอนกับพ่อแม่และน้อง เป็นห้องติดแอร์ในยุคสมัยที่ไม่ค่อยมีใครติดแอร์ซึ่งผมคิดว่าหรูหราเหลือเกินนั้น แท้จริงออกจะดูซอมซ่อเสียด้วยซ้ำ มันไม่ได้หรูหราอะไรเลย

เมื่อยังเด็ก หลายเรื่องที่ติดอยู่ในความทรงจำนั้นขยายกว้าง ยิ่งใหญ่ และสลักสำคัญนักหนา

แต่เมื่อเติบโตขึ้นและมองย้อนกลับไป บางทีเราก็ได้แต่หัวเราะขัน

แต่กระนั้น, บางคราวเราก็ต้องร้องไห้

 

2

ลมหนาวโชยมากรีดดวงตาให้ผะผ่าว

เมื่อเพลงนั้นของเดอะบีทเทิลส์ดำเนินต่อไป ผมเห็นทุ่งดอกหญ้าสีน้ำตาลในวันแดดสวย ใครคนหนึ่ง และความงามของการผ่านพ้น

 

สถานที่เหล่านั้นล้วนมีขณะเวลาของมันเอง

กับคนรักและเพื่อนๆ ฉันยังจดจำได้

บางคนก็จากไปแล้ว และบางคนยังมีชีวิตอยู่

ในชีวิตของฉัน ฉันรักทุกคน

 

ดวงตาเปียกชื้น เมื่อผมนึกถึงเพื่อนบางคน

ผมรักทุกคนไหม-ผมถามตัวเองอย่างนั้น คำตอบก็คือใช่ ผมรักทุกคนนั่นแหละ แม้บางคนอาจสร้างความเจ็บปวดให้กันถึงขั้นที่เคยเขียนกลอนว่า-ก็เห็นกันแต่หันไปเหมือนไม่เห็น มันเป็นความเจ็บปวดอย่างยิ่ง ที่เราต่างมองไม่เห็นกันและกันอีกต่อไป

เพื่อนบางคนไม่ได้จากไปไหนไกล เพียงแต่เราไม่มีโอกาสได้พบกัน แต่เพื่อนบางคนก็จากไปตลอดกาลจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุหรือโรคร้าย

บางครั้งผมก็คิดถึงพวกเขาบ่อยๆ โดยเฉพาะเพื่อนหลายคนที่เคยร่วมใช้จ่ายบางฤดูร้อนมาด้วยกันในวัยเด็ก เป็นฤดูร้อนชนิดที่จะไม่มีวันลืมเลือน เป็นฤดูร้อนประเภทที่จะผ่านมาเพียงครั้งเดียวในชีวิต

เพียงแต่ตอนนั้นเราไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง

 

3

เมื่อหยิบหนังสือชื่อ In My Life : เรื่องของเด็กชายในห้องใต้หลังคากับเด็กหญิงที่เกลียดวันอาทิตย์ ของ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ขึ้นมาอ่าน ผมไม่ได้คาดคิดอะไรมากไปกว่าหนังสือภาพสวยๆที่เหมาะจะให้เป็นของขวัญกับใครบางคนในชีวิต

ปกหลังของหนังสือเล่มนี้เขียนว่า

 

วัยเยาว์ไม่อยู่กับเรานาน มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป…

แต่ความทรงจำที่ปวดร้าว

ได้ทิ้งความเศร้าไว้กับชีวิตยาวนานกว่าที่ใครคาดคิด

 

In My Life คือชื่อของหนังสือเล่มนั้น และคือชื่อของเพลงเพลงนั้น เพลงที่เคยทำให้ใครหลายคนร้องไห้ในฤดูหนาว เมื่อผ้าม่านสีขาวโปร่งเบาเสียดส่ายสนทนากับลมหนาว

 

ทว่าในบรรดาเพื่อนและคนรักเหล่านี้

ไม่มีใครเปรียบได้กับเธอ

 

เมื่อเด็กชายในห้องใต้หลังคาเขียนอะไรบางอย่างถึงเด็กหญิงที่เกลียดวันอาทิตย์ ผมคิดว่านี่คงเป็นนิทานโรแมนติกอีกเรื่องหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเรื่องราวระหว่างเพื่อนกับเพื่อน

แต่ไม่ใช่เลย, ไม่ใช่หรอก

และเป็นจริงยิ่งนัก ที่ผู้เขียนจะใช้เพลงนี้บอกเล่า

 

ในชีวิตของฉัน

ฉันรักเธอมากกว่าใคร

 

มีเหตุผลดีทีเดียว ที่เด็กชายในห้องใต้หลังคาจะบอกว่า นี่คือหนังสือที่เขารักมากที่สุดในชีวิต เหตุผลนั้นง่ายดายมาก นั่นคือ…เพียงเพราะเขาเขียนถึงเด็กหญิงที่เกลียดวันอาทิตย์

ผมไม่อาจเล่าให้คุณฟังได้ถึงตอนจบของหนังสือหรอก ผมเพียงแต่อยากบอกคุณว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ผมรู้สึกเหมือนกำลังอ่านมันในฤดูหนาว

และน้ำตาก็รื้นขึ้นมาเหมือนเมื่อกว่ายี่สิบปีที่แล้วไม่มีผิด

 

 

Advertisements