แวนโก๊ะห์กับพ่อ

1

หากเราสามารถทำให้พระอาทิตย์ของเมื่อวานนี้ขึ้นจากขอบฟ้าได้ในวันพรุ่งนี้ บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องสำนึกเสียใจ เพราะคล้ายกาลเวลาหวนย้อนกลับมาให้เราได้แก้ตัวอยู่เสมอ

แต่พระอาทิตย์ไม่เคยขึ้นหรือตกจากอะไร

มันเพียงแต่อยู่ตรงนั้น ระเบิดพลุ่งพล่าน หรือดับเป็นจุดดำในบางคราว

มันไม่ได้แยแสสนใจสักนิดหรอก ว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆบนดาวเคราะห์เล็กๆที่ไหน คอยนับการหมุนวนของตัวเองรอบตัวมัน

มันไม่ได้แยแสสนใจด้วยซ้ำ ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต้องพึ่งพิงมันมากมายเพียงใด

มันอยู่ตรงนั้น หมุนวนไปกับปฏิกิริยา และรอคอยอย่างกระวนกระวาย…

ถึงวันแตกดับของตัวเอง

 

2

เราต่างหมุนรอบตัวเอง

ในรูปภาพชื่อ Still Life with Bible ของวินเซนต์ แวน โก๊ะห์ ภาพที่เขาวาดโดยใช้เวลาเพียงวันเดียว มันเป็นภาพของพระคัมภีร์เบิลที่เปิดอยู่ วางอยู่บนโต๊ะหรือแท่นอะไรสักอย่าง เคียงคู่อยู่กับหนังสือเล่มเล็กๆ อันเป็นนวนิยายของนักเขียนฝรั่งเศสอย่าง อีมิลล์ โซลา (Emile Zola) นวนิยายที่มีชื่อเรียบง่ายว่า La Joie de Vivre หรือ The Joy of Life

ว่าแต่…อะไรหรือคือความรื่นรมย์แห่งชีวิต

 

3

แวน โก๊ะห์ เขียนภาพนี้หลังจากพ่อของเขาตายลงไม่กี่เดือน ไบเบิลนั้นเปิดอยู่ที่บทที่ 53 ของประกาศกอิศยาห์ มันไม่ใช่ไบเบิลที่ไหนก็ได้ แต่คือพระคัมภีร์ไบเบิลเล่มที่พ่อของเขาใช้ พ่อผู้เป็นนักเทศน์ ผู้เป็นผู้ดูแลจิตวิญญาณของผู้คน

เพราะอะไรหนังสือสองเล่มนี้จึงวางเคียงคู่อยู่ด้วยกัน

มีผู้วิเคราะห์ความเป็นไปได้นั้นไว้หลายอย่าง ตั้งแต่เหตุผลง่ายๆ เพียงว่าหนังสือสองเล่มนี้เห็นเพียงความงามของสีสันหนังสือ เขาจึงหยิบหนังสือสองเล่มนี้มาวางไว้ด้วยกัน เล่มหนึ่งเป็นโทนสีน้ำตาลทองขรึมเข้มอมดำ อีกเล่มเป็นสีเหลืองเจิดจ้า แวน โก๊ะห์ เอง ก็เคยเขียนจดหมายถึงน้องชาย บอกเล่าอธิบายถึงสุนทรียะในการใช้สีของเขาต่อภาพนี้ ระหว่างการใช้สีเข้มขรึมกับสีเหลืองจ้า

ทว่าความหมายมีเพียงเท่านั้นจริงหรือ…

พ่อของเขาเพิ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้าวันที่เขาหยิบหนังสือของพ่อมาเป็นแบบเพียงไม่กี่เดือน ใกล้กันในภาพ แวน โก๊ะห์ วาดภาพเทียนเล่มหนึ่ง มันเป็นเทียนที่ไม่มีแสงอีกต่อไป บางทีนั่นอาจเป็นสัญลักษณ์ถึงความทรงจำรำลึกบางอย่าง คัมภีร์ของพ่อก็เป็นคล้ายภาพตัวแทนของชีวิตและงานของพ่อเขา นั่นจึงไม่ใช่เพียงภาพที่วาดขึ้นเพื่อคอนทราสต์ของสีดำและสีเหลือง ระหว่างความสว่างและความมืดเพียงเท่านั้น แต่นี่คืออนุสรณ์

ทว่าภาพนี้เป็นเพียงอนุสรณ์จริงหรือ…

พระคัมภีร์ไบเบิล คือสรณะในชีวิตของพ่อเขา มันคือคัมภีร์นำทางชีวิต เป็นแผนที่ส่องทาง เหมือนที่พระเยซูตรัสว่า พระองค์คือหนทาง ความจริง และชีวิต อิศยาห์ บทที่ 53 บอกไว้ตอนหนึ่งว่า

เขาถูกมนุษย์ดูหมิ่นและทอดทิ้ง

เป็นคนเจ้าทุกข์และคุ้นเคยกับความทุกข์ทรมาน

เป็นคนที่ใครๆ เบือนหน้าหนี

เขาถูกเหยียดหยาม และเราก็ไม่นับถือเขา

แน่ทีเดียว เขารับความอ่อนแอทั้งหลายของเรา

และแบกรับความทุกข์โศกของเราไป

ถึงกระนั้นเรากลับถือว่าเขาถูกพระเจ้าตี

คือถูกพระองค์โบยตีและทรมาน

ในเวลาเดียวกัน ชื่อหนังสือของอีมิล โซลา ก็หาได้หมายความตรงตัวไม่ นี่คือชื่อหนังสือที่โซลาเลือกขึ้นมาเพื่อเสียดเย้ยความเป็นจริงในชีิวิตของมนุษย์ ไม่มีตัวละครใดในเล่มที่มีชีวิตรื่นรมย์เลยแม้แต่น้อย เรื่องราวของวีรบุรุษล้วนเป็นความอ่อนแอทางจิต หนังสือเล่มถึงความกลัวตายที่ปรากฏผุดขึ้นเรื่อยๆ

แม้พ่อของแวน โก๊ะห์ จะใกล้ชิดพระเจ้า หรืออย่างน้อยที่สุดก็คิดว่าเขาใกล้ชิดพระองค์ ทว่าในเวลาเดียวกัน พ่อของเขาก็ปรารถนาจะมีชีิวิตอยู่ กระหายที่จะดำรงอยู่บนโลกใบนี้ ภายใต้พระอาทิตย์เจิดจ้าดวงนั้น

มนุษย์ตัดสินพระเยซูว่าพระองค์เป็นศัตรูของชาติ เป็นผู้ตั้งต้นขึ้นเป็นใหญ่ เป็นขบถต่อโรมัน เป็นผู้นำของชนชาติต้องห้ามอย่างชาวยิว และอาจเพราะเหตุนั้น ใครหลายคนจึงบอกว่า พระองค์คือชายที่แสนเศร้า พระองค์ไม่ได้เป็นวีรบุรุษของใคร พระองค์อาจเป็นพระเจ้า อาจเป็นผู้เกิดขึ้นมาไถ่บาป ทว่าพระองค์ก็ล่วงรู้ชะตากรรม ล่วงรู้ว่าในที่สุดแล้ว ความตายจะกรายมา

บางทีภาพวาดนี้ของ แวน โก๊ะห์ ก็อาจไม่ใช่อะไรอื่น นอกเสียจากการเปรียบเทียบการตีความระหว่างความมืดมิดในนิยายปกสีเหลืองเจิดจ้านั้นกับความมืดมิดที่มืดมิดที่สุดในเรื่องราวของพระเยซู ผู้ทรงใช้การทรมานของพระองค์มาสร้างความหวังให้กับมวลมนุษย์

บางที แวน โก๊ะห์ ก็อาจไม่ได้บอกอะไรเรามากมายนัก นอกเสียจากการ ‘เห็น’ ว่าพระคัมภีร์ที่พ่อของเขาใช้ในการนำทางชีวิตนั้น โดยเนื้อแท้แล้วก็คือ ‘วรรณกรรม’ หรือ ‘เรื่องแต่ง’ อย่างหนึ่ง ที่ไม่ผิดอะไรกับเรื่องราวในหนังสือของคนรุ่นใหม่ที่เขาใช้เป็นคัมภีร์นำทาง แม้มันจะมีท่าทีและความจริงจังผิดแผกแตกต่างกันอย่างเหลือเกินก็ตามที

 

4

มีวันวัยที่สาบสูญไปกับกาลเวลาอยู่เสมอ

เราไม่สามารถทำให้พระอาทิตย์ของเมื่อวานนี้ขึ้นจากขอบฟ้าได้ในวันพรุ่งนี้ได้

เราจึงต้องสำนึกเสียใจอยู่เสมอ กับสิ่งที่เราทำลงไป

ชีวิตของเราจึงมีความหมายเพียงแค่การหมุนวนไปกับปฏิกิริยาเคมี และเฝ้ารอคอยอย่างกระวนกระวาย,

ถึงวันแตกดับของพระอาทิตย์

Advertisements