ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

หลายคนรู้สึกว่า การไปทำงานเป็นเรื่องที่ไร้สุขอย่างยิ่ง เพราะที่ทำงานเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานและสภาวะต่างๆ ที่ไม่น่ารื่นรมย์เลยแม้แต่น้อย

แล้วจะทำอย่างไรดี ให้เราพอมี ‘ความสุข’ ในที่ทำงาน อันจะส่งผลให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นได้

ลองประมวลคำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานเอามาฝากดังต่อไปนี้นะครับ

1. อะไรที่เป็นปัญหาส่วนตัว ก็ให้เก็บมันไว้เป็นปัญหาส่วนตัว

เรื่องนี้ฟังดูเผินๆอาจไม่เป็นปัญหา แต่แท้จริงเป็นปัญหามาก เพราะในสังคมออฟฟิศแบบไทยๆ เราเอาเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาปนกันในระดับสูง เช่น เอาความเป็น ‘เพื่อน’ มาปะปนกับความเป็น ‘เพื่อนร่วมงาน’ เวลาที่ ‘เพื่อนร่วมงาน’ ที่เป็น ‘เพื่อน’ ด้วย มีปัญหาบางอย่าง เราอาจเข้าข้างเพื่อนโดยละเลยเหตุผลก็ได้ ผลลัพธ์ก็คือคล้ายเกิด ‘การเมือง’ ขึ้นในออฟฟิศ มีการเล่นพรรคเล่นพวก เลยยุ่งกันไปใหญ่ ทำให้เกิดที่ทำงานที่ไร้สุข

2. หาเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ

ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับข้อ 1. นะครับ เนื่องจากเวลาทำงาน เพื่อนร่วมงานก็ต้องเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่ส่วนใหญ่เมื่อเข้าใจกันในการทำงานระดับหนึ่ง มักกลายเป็นเพื่อน ‘ของฉัน’ ที่ฉันต้องปกป้องดูแล ทำให้การทำงานกลายเป็นเรื่องส่วนตัวไป แต่ข้อนี้หมายถึงต้องหาคนที่มีหลักคิดในการทำงานคล้ายๆ กันมาทำงานร่วมกัน เวลาประชุมหรือนำเสนองานจะได้ช่วยกันสนับสนุนและ defend งานได้ ส่วนนอกเวลางานจะสนิทสนมกันหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยต้องแยกแยะความเป็นมืออาชีพกับความสัมพันธ์ส่วนตัวให้ออก

3. หามุมสงบใจในที่ทำงาน

คนทำงานจะอยู่ออฟฟิศกันวันละแปดชั่วโมง ต้องหาบางมุมสงบของตัวเองให้พบ ที่ตลกดีก็คือ คนที่สูบบุหรี่จะมีพื้นที่ผ่อนคลายนี้ร่วมกัน คือต้องหาเวลาออกนอกตึกไปสูบบุหรี่ เลยเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยกันได้สบายๆ เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ความรู้สึก แต่ถ้าคุณไม่สูบบุหรี่ ก็จำเป็นต้องหามุมนี้ด้วย แต่ต้องเป็นที่ที่สามารถกลับเข้ามาทำงานได้อย่างรวดเร็วเวลาหัวหน้างานตามตัวด้วยนะครับ

 

4. ถ้าไม่มีมุมสงบใจ

อาจลองตั้งเวลาเตือนตัวเอง เช่น ทุก 40 นาที ต้องลุกไปดื่มน้ำ ขยับตัว ทำโยคะเบาๆอยู่กับโต๊ะทำงาน ที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องฝึก ‘หายใจ’ ด้วยการสูดลมหายใจลึกๆนานหนึ่งนาที อย่างน้อยทุกๆหนึ่งชั่วโมง เป็นการ ‘หยุด’ และย้อนกลับมาอยู่กับตัวเอง ซึ่งจะทำให้สงบ ส่งผลให้การทำงานดีขึ้นได้

 

5. อย่าพยายามเปลี่ยนนิสัยเพื่อนร่วมงาน

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเพื่อนร่วมงานก็เหมือนคนในครอบครัว ถ้าเราเปลี่ยนนิสัยของพ่อแม่พี่น้องหรือแฟนของเราไม่ได้ เราก็เปลี่ยนนิสัยของเพื่อนร่วมงานไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ให้ลองทำความเข้าใจ ยอมรับในสิ่งที่ยอมรับได้ ส่วนที่ยอมรับไม่ได้ ก็อาจต้องเปิดใจพูดคุยหรือหาวิธีอยู่ร่วมกันไปในเงื่อนไขที่จำกัด

 

6. อย่าเชื่อในสิ่งที่ทุกคนพูด

เวลาอยู่ในออฟฟิศ มักจะมีคนมาพูดโน่นนั่นนี่ให้เราฟังอยู่เสมอ ส่วนใหญ่เราจำต้องฟัง อย่างหนึ่งเพื่อให้รู้ข้อมูลความเป็นไป แต่ฟังแล้วอย่าเผลอเชื่อไปแบบเต็มตัวนะครับ ต้องเผื่อใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีความเป็นไปได้ทางอื่น ซึ่งอีกสักประเดี๋ยวก็อาจมีอีกคนมาเล่าอีกเรื่องในมุมตรงข้ามให้คุณฟังก็ได้

 

7. มีความเข้าใจและเห็นใจคนอื่นบ้าง

บางครั้งพอเราเคร่งครัดกับความพยายามจะมีความสุขในการทำงานหรือความก้าวหน้าในงานของตัวเอง ก็อาจทำให้เราเลือกที่จะทำงานให้ดี โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น เรื่องนี้ต้องหาสมดุล เพราะเราจะทำงานที่ดีไม่ได้ ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมงานที่ดีและสนับสนุนเรา การเร่งเดินไปข้างหน้าโดยไม่ใส่ใจแรงสนับสนุน อาจไม่เกิดผลดีเท่าไหร่ ความเข้าใจและเห็นใจคนอื่น (แค่ ‘บ้าง’ นะครับ ไม่ใช่ทั้งหมด) จะทำให้เราทำงานราบรื่นขึ้นมาก

 

8. ระวัง Bad Mood Cycle

เวลาทำงาน มักจะมีสิ่งที่เรียกว่า Bad Mood Cycle คือวงจรอารมณ์เสีย เช่น เพื่อนถูกหัวหน้าตำหนิ อารมณ์เสีย (หรือความมาคุ) อาจแผ่ปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง สิ่งที่คุณควรทำก็คือ อย่าไปรับเอาอารมณ์เสียๆ นั้นมาใส่ตัว แต่จะรับมืออย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆด้วย

เอาใจช่วยสำหรับคนทำงานทุกคน ขอให้มีความสุขในการทำงานนะครับ

Advertisements