ไม่ได้มีฤดูร้อนทุกหนแห่ง

 

1

ฤดูร้อนของแต่ละหนแห่งบนโลกไม่เหมือนกัน

เวลาพูดถึงคำว่าฤดูร้อน หรือซัมเมอร์ เรามักนึกถึงช่วงเวลาพักผ่อนแสนสบาย นึกถึงทะเล เก้าอี้ตากอากาศ แสงแดด วันหยุด การละเล่น และความสุขที่เกิดจากการพบปะผู้คนบนชายหาด

บางคนก็คิดถึงการอ่านหนังสือ การทำตัวขี้เกียจ และอาศัยอยู่ในแสงแดดกลางฤดูร้อนทั้งวี่วัน ถึงขั้นที่ แซม คีน นักเขียนและนักปรัชญาชาวอเมริกันต้องเอ่ยออกมาว่า Deep summer is when laziness finds respectability

เขาหมายความว่า กลางฤดูร้อนอันลึกล้ำนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้คนทำตัวขี้เกียจอย่างถึงที่สุด

แต่นั่นน่าจะเป็นความหมายของฤดูร้อนในมุมมองของคนในแถบอบอุ่นมากกว่าฤดูร้อนของเรา

เมื่อนานมาแล้ว สำหรับผม ฤดูร้อนหมายถึงฤดูที่ดอกไม้บาน ผมมักคิดถึงต้นแคฝรั่งต้นนั้นที่ออกดอกพราวเต็มต้น หูกวางก็ปลิดใบทิ้งจนสิ้น เช่นเดียวกับหางนกยูง และตาเบบูย่า ที่แข่งกันเปลี่ยนสีของสวนในโรงเรียนจนสะพรั่งบาน และเราเกือบมองไม่เห็นใบไม้สีเขียวหลงเหลืออยู่อีกเลย

ฤดูร้อนมักมาพร้อมการสอบไล่ ตามมาด้วยการปิดเทอมอันยาวนาน ผู้คนแยกย้ายกันกลับบ้าน ฤดูร้อนยังหมายถึงสงกรานต์ การสาดน้ำชุ่มฉ่ำจนหนาวเยือกได้แม้ในกลางฤดูร้อน

ดูเผินๆ คล้ายกับฤดูร้อนมาพร้อมความเบิกบานเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแห่งหนไหนก็ตาม

แต่กระนั้นก็โปรดอย่าลืม,

ว่าฤดูร้อนของแต่ละหนแห่งบนโลกไม่เคยเหมือนกัน

 

2

ฤดูร้อนที่ขั้วโลกเหนือและใต้ไม่เคยร้อน มันเป็นเพียงแต่ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ไม่เคยตก ถ้าเราอยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลขึ้นไป หรือต่ำกว่าเส้นแอนตาร์กติคเซอร์เคิลลงมา ซึ่งแน่นอน ฤดูร้อนของขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้นั้น ย่อมไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกัน ทว่าเป็นช่วงเวลาตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้น เมื่อเป็นฤดูร้อนในที่แห่งหนึ่ง จึงเป็นฤดูหนาวในที่อีกแห่งหนึ่ง

และเมื่อพระอาทิตย์ไม่เคยตกในที่แห่งหนึ่ง ก็แปลว่าย่อมมีความมืดมนอนธการตลอดเวลาเกิดขึ้นในที่อีกแห่งหนึ่งเสมอ

เพราะเราไม่ได้อยู่ลำพัง จึงมีสายใยที่มองไม่เห็นคอยเชื่อมเราไว้กับแห่งหนอื่นอยู่ตลอดเวลา

ฤดูร้อนที่ร้อนจนอบอ้าวและเบิกบานอยู่ใต้แสงตะวัน จึงมาพร้อมกับฤดูหนาวที่เย็นยะเยือกจนแม้จะเอื้อมมือไปจุดไม้ขีดก็ยังทำไม่ได้

ทุกสิ่งมาเยือนเรา-มนุษย์, พร้อมๆกัน และไม่มีวันหยุดพัก

ปัญหาก็คือ เรามักมองไม่เห็นฤดูกาลอื่น เมื่อฤดูอันเบิกบานมาคอยห้อมล้อมอยู่รอบตัวเราเพียงฤดูกาลเดียว

มันชวนให้เรารู้สึกแสนสุข และร้อนรนจะแสวงหาความสุขก่อนฤดูร้อนจะสูญสลายไป

จนไม่ได้คิดถึงผู้คนแบบอื่น ที่มีชีวิตอยู่ในฤดูกาลแบบอื่น

 

3

ฤดูร้อนของเขตร้อนนั้นร้อนร้าย แต่เราก็ยังพึงใจจะครวญเพลง Summertime ของจอร์จ เกอร์ชวิน จากละครเพลงเรื่อง Porgy and Bess

 

Summertime,

And the livin’ is easy

Fish are jumpin’

And the cotton is high…

 

ในฤดูร้อน

ชีวิตนั้นง่ายดาย

ปลากระโดดขึ้น

และปุยฝ้ายก็ลอยสูงลิบ…

 

ว่ากันว่า เกอร์ชวินแต่งเพลงนี้โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงลัลลาบาย หรือเพลงกล่อมเด็กของชาวยูเครนที่ชื่อ Oi Khodyt Son Kolo Vikon ซึ่งแปลว่า ความฝันที่ผ่านมาข้างหน้าต่าง

เพลง Summertime จึงเป็นเพลงกล่อมเด็ก และถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในละครเพลง Porgy and Bess และเมื่อนักร้องคนอื่นนำเพลงนี้มาร้อง

เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ ทำให้ Summertime ล่องลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศเหมือนปุยฝ้ายในฤดูร้อน แต่ที่จริงแล้ว เรื่องราวใน Porgy and Bess นั้นเศร้าลึก ผู้คนใช้ภาษาอย่างแปลกหน้ากับมัน เพราะพวกเขาเป็นคนผิวดำที่ใช้ภาษาอังกฤษตามใจตัวเอง จึงมีเพลงอย่าง I Loves You Porgy หรือ There’s a boat dat’s leavin’ soon for New York และแม้เนื้อหาในเพลง Summertime จะเป็นเพลงกล่อมเด็ก ทว่ามันก็ทำให้เรารู้สึกอ้างว้าง และมองเห็นกรอบกรงของความอยุติธรรมในสังคมต่างสีผิวได้ไม่ยากนัก

ปุยฝ้ายที่ลอยอยู่ในอากาศนั้นแลดูปลดปล่อย ละล่องลิ่ว แสนสบาย

แต่ชีวิตในไร่ฝ้ายที่เต็มไปด้วยทาสนั้นไม่…

ด้วยเหตุนี้ เมื่อฤดูร้อนมาถึง และผู้คนเปิดเพลง Summertime พลางเอนหลังบนเก้าอี้ผ้าใบ จิบมาลิบูผสมสับปะรดอยู่ริมชายหาด,

ผมจึงรู้สึกสั่นไหว

 

4

ฤดูกาลคือเครื่องแบ่งกั้นช่วงเวลาของปี ใครๆก็รู้ ว่ามันเกิดขึ้นจากการที่โลกเอียง และโคจรรอบดวงอาทิตย์

เฮนรี่ เดวิด ธอโร เคยบอกว่า

จงใช้ชีวิตในแต่ละฤดูกาลอย่างที่มันผันผ่านมา จงสูดอากาศ ดื่มเครื่องดื่ม ลิ้มรสผลไม้ และสละตัวตนของคุณให้อยู่ในอิทธิพลของแต่ละฤดู

เขาหมายถึงการใช้ชีวิตอยู่ในแต่ละฤดูกาลอย่างที่มันเป็น ไม่ว่าจะหนาวยะเยือก ร้อนร้าย หรือถูกสายฟ้ากระหน่ำฟาด และไม่เอาตัวตนของเราเข้าไปกำหนดกะเกณฑ์ให้ได้ดั่งใจ

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ทุกฤดูกาลที่ผ่านมาถึงเรา ไม่เพียงฤดูร้อน ไม่เพียง Summertime เท่านั้น ที่ต่างก็เป็นเพียง ความฝันที่ผ่านมาข้างหน้าต่าง

ใช่, เหมือนที่เกอร์ชวินนำ ความฝันที่ผ่านมาข้างหน้าต่าง มาทำให้เป็น Summertime นั่นแหละ

ฤดูกาลจึงเป็นเพียงความฝัน กระทั่งฤดูกาลก็ยังเป็นความฝัน

ฤดูร้อนที่นี่ จึงเป็นฤดูหนาวของที่แห่งโน้น

ปุยฝ้ายที่ลอยคว้างอย่างแสนสุข จึงเป็นความทุกข์ทนของทาสในไร่ฝ้าย ที่เมื่อล้มลงก็จะต้องถูกเข็มหมุดทิ่มจนมิด เพื่อจะปลุกให้ลุกขึ้นทำงานต่อไปไม่รู้จักแล้ว

ใช่, ฤดูร้อนของที่นี่ จึงเป็นฤดูหนาวของที่แห่งอื่น

และฤดูหนาวของที่แห่งนั้น ก็อาจหมายถึงฤดูกาลอื่นๆ ในที่แห่งอื่นๆด้วยเช่นกัน

เป็นเพราะฤดูร้อนของแต่ละหนแห่งบนโลกไม่เหมือนกันนั่นเอง

 

 

Aftermath

Q : ที่ไหนที่ร้อนที่สุดในโลก
A : ยังไม่แน่ว่าจะมีการทำลายสถิติในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ แต่เท่าที่มีการบันทึกอุณหภูมิมา ที่ที่ร้อนที่สุดในโลกก็คือ El Azizia ในประเทศลิเบีย ในวันที่ 13 กันยายน 1922 มีอุณหภูมิสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 57.8 องศาเซลเซียส แต่ก็เชื่อกันว่า น่าจะมีที่ที่ร้อนกว่านี้ แต่ไม่มีการบันทึกเอาไว้
Advertisements